เป็นเพราะซาร์รี่

บางคนชอบ เมาริซิโอ ซาร์รี่ บางคนไม่ชอบ..

มันเป็นเรื่องธรรมดาครับ กระทั่งคนที่เคยชอบเขารักเขาก็อาจจะเปลี่ยนเป็นไม่ชอบเขาหรือเกลียดเขาไปแล้ว เรื่องนี้ลองถามแฟนนาโปลีดูก็คงเข้าใจเพราะหลายคนโยนความรู้สึกเก่าๆ ทิ้งไปทันทีที่เห็นเขาเซ็นสัญญารับงานกับยูเวนตุส

สำหรับผมชอบบุคลิกของเขาตั้งแต่คุมนาโปลีแล้ว ยิ่งเป็นคนเนเปิ้ลส์โดยกำเนิดด้วยก็ยิ่งชื่นชมมากขึ้นไปอีกเพราะมันเหมือนเขาเกิดมาเพื่อนาโปลี เขาเท่ มีมาด และดูเหมาะกับการดูแลทีมปาร์เตโนเปบ้านเกิดด้วยมาดพี่ใหญ่ไม่กลัวใครแบบนั้น

รวมไปถึง “ซาร์รี่บอล” อันเลื่องชื่อ..

ทุกอย่างไปได้สวยนะครับ ซาร์รี่ได้รับความรักและเทิดทูนจากชาวเนเปิ้ลส์ แต่ปัญหาก็คือฟุตบอลมีเส้นทางเติบโตของมัน ผลงานอันจัดจ้านทำให้เขาไม่อาจปักหลักอยู่โยงในถิ่นซาน เปาโลไปตลอดชีวิตแน่ หากต้องก้าวต่อไปด้วยความท้าทายครั้งใหม่ ด้วยโอกาสใหม่ๆ ที่มีแรงจูงใจทั้งด้านชื่อเสียง เกียรติยศ และรายได้

เขาจึงเซ็นสัญญากับเชลซี ได้ไปอยู่กับทีมระดับท็อปของพรีเมียร์ลีกและวงการลูกหนัง

เพราะทีมสิงโตน้ำเงินครามซื้อ “ซาร์รี่บอล” ของเขา

ซาร์รี่บอลได้รับคำชมมากมายเพราะเป็นฟุตบอลที่ดูสนุก เน้นบอลสั้นเพื่อการครองเกม ไม่เสียบอลง่าย นักเตะเคลื่อนที่เร็วและหาช่องตลอดเวลา เพรสซิ่งสูง แนวรับดันสูง มีเพลย์เมกเกอร์ที่ยืนต่ำในตำแหน่งเบอร์ 6 อย่างที่เรียกว่า Deep-lying Playmaker ปีกฝีเท้าจัดจ้าน ฟูลแบ๊กเติมเกมตลอดเวลา ผู้รักษาประตูกับเซนเตอร์แบ๊กเล่นฟุตบอลด้วยเท้าได้ดี

เป็นเพราะซาร์รี่

สร้างพื้นฐานด้วยการผ่านบอลไม่ใช่โยนบอล การเข้าทำจากด้านข้างก็ยังเป็นการเคลื่อนบอลเจาะทะลุช่องไม่ใช่การครอสบอลเข้าเขตโทษ

ถึงวันนี้ทีมที่เล่นฟุตบอลในแบบของเขาได้ใกล้เคียงกับคำว่าสมบูรณ์แบบที่สุดยังคงเป็นนาโปลีทีมเก่า คำชมหลั่งไหลจากทั่วสารทิศเพราะลูกทีมเข้าใจฟุตบอลของเขา มีทัศนคติในการเล่นที่เป็นบวกอย่างมาก ครองบอล ชิ่งสั้น เคลื่อนที่เร็ว มีมูฟเม้นท์ตลอดเวลา เน้นเกมรุกเป็นหลัก มีเกมสวนกลับที่ฉับไว

เป็นฟุตบอลที่ไหลลื่นเหมือนน้ำ สื่ออิตาเลียนบางเจ้าเรียกซาร์รี่บอลว่า Liquid Football ด้วยซ้ำ แปลตรงๆ ตัวก็ฟุตบอลที่เป็นของเหลว หาศัพท์มาใช้สักหน่อยก็คงประมาณ วารีฟุตบอล ทำนองนั้น

พลิ้ว ลื่น จับไม่ได้ นั่นคือฟุตบอลของซาร์รี่ตอนที่นาโปลีแสดงออกมาให้ชาวโลกได้เห็น และสร้างทีมอัซซูร่าให้เป็นผู้ท้าชิงที่สร้างปัญหาให้ยูเวนตุสมากที่สุด

หนังสือพิมพ์เลกิ๊ปของฝรั่งเศสนิยามเพิ่มเติมว่าซาร์รี่บอลคือ Vertical tiki-taka

คำว่า vertical คือแนวตั้ง ถ้าจับมารวมกับสไตล์การเล่นแบบ tiki-taka ก็เห็นภาพที่ชัดเจนว่ามันคือบอลติกิตาก้าที่พุ่งทะยานไปข้างหน้ามากกว่าติกิตาก้าอันเป็นแบบฉบับดั้งเดิม

เป็นเพราะซาร์รี่

เป็นติกิตาก้าที่ถึงหน้าประตูคู่ต่อสู้เร็วกว่า แต่ด้วยพื้นฐานการเล่นที่เหมือนกัน บอลสั้น สวยงาม นักเตะที่ไม่มีบอลเคลื่อนที่อย่างชาญฉลาด เพรสชิ่งสูงดุดันเพื่อเอาบอลกลับมาอยู่ในครอบครองให้เร็ว และทำเร็วต่อทันที

ยอมรับตามตรงว่าผมหลงเสน่ห์ฟุตบอลของซาร์รี่ด้วยปัจจัยเกื้อหนุนหลายอย่าง แคแร็คเตอร์ของเขา การเล่นที่น่าตื่นตาตื่นใจ การระเบิดฟอร์มของ ดรีส เมอร์เท่นส์ ที่ถูกจับมาเล่นในบทบาท False-nine หลังตัวจบสกอร์ที่ฝากความหวังไว้อย่าง อาร์คาดิอุส มิลิค เจ็บยาว อีกทั้งตัวเองก็ยังเป็นแฟนบอลนาโปลีเลยอาจจะมีคะแนนพิเศษทดให้ในใจ

โอเคล่ะครับ สุดท้ายเขาถูกตัดสินว่าล้มเหลวกับเชลซีก็คงต้องเข้าใจมุมมองของแฟนบอลและโดยเฉพาะบอร์ดบริหารทีมสิงโตน้ำเงินครามที่ผมเชื่อว่ามีรายละเอียดและเหตุผลมากมายของการแยกทาง เพราะเอาเข้าจริงแล้วเขาก็เสกแชมป์ยูฟ่า ยูโรปา ลีกให้กับสโมสรได้ตั้งแต่ปีแรกที่เข้าไปทำงาน

ผมคิดว่าเหตุผลสำคัญข้อหนึ่งคือการถูกลงโทษห้ามซื้อนักเตะในฤดูกาลนี้ มันทำให้แผนงานสร้างทีมที่เป็นของตัวเองต้องยุติลง เป็นเงื่อนไขการทำงานที่ยากและซับซ้อนขึ้นเมื่อเทียบกับตอนเซ็นสัญญา

ปีที่สองของซาร์รี่ที่ควรจะมีการสนับสนุนจากสโมสรให้ซื้อนักเตะที่ต้องการและปล่อยนักเตะที่ไม่ต้องการเพื่อให้ได้ทีมที่ใกล้เคียงกับความต้องการมากที่สุดก็กลายเป็นต้องล้มพับไป ยิ่งไปกว่านั้นยังต้องเสียกำลังสำคัญอย่าง เอแด็น อาซาร์ ออกไปอีก

งานของเขาในสแตมฟอร์ด บริดจ์ยากขึ้นแน่นอน และก็คงถูกยกขึ้นมาวางเป็นเงื่อนไขยามที่ต้องมานั่งคุยกันใหม่ในช่วงปิดฤดูกาลที่ผ่านมาว่าภายใต้ปัจจัยการทำงานที่เปลี่ยนไปอย่างนี้จะมีข้อตกลงกันใหม่หรือแก้ไขในรายละเอียดของสัญญาอย่างไรบ้าง

เป็นเพราะซาร์รี่

สุดท้ายแล้วมันลงเอยด้วยการแยกทางซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลกหรือต้องมองหาคนผิด มันก็เหมือนกับการเจรจาสัญญาที่ไม่ลงตัวนั่นล่ะครับ ตกลงกันไม่ได้ก็จับมือแยกจากกันไปด้วยดีอย่างมืออาชีพ ซาร์รี่ก็มองหาสโมสรใหม่ เชลซีก็มองหาผู้จัดการทีมคนใหม่ และสุดท้ายต่างก็ได้บทสรุปด้วยกันทั้งคู่

เส้นทางของซาร์รี่ที่มาลงเอยกับยูเวนตุสเป็นสถานีล่าสุดนั้นน่าสนใจอย่างมากนะครับ เพราะที่นั่นเขาจะได้สานต่องานของตัวเองในกัลโช่ เซเรีย อา พร้อมกับความท้าทายที่มากกว่าเดิมด้วยทีมที่ใหญ่กว่านาโปลี

เรื่องความเป็นอริระหว่างยอดทีมจากเนเปิ้ลส์กับทีมยักษ์ใหญ่แห่งตูรินนั้นหายห่วง คงไม่ใช่แฟนนาโปลีทุกคนแน่ที่ยินดีกับการตัดสินใจของซาร์รี่ในคราวนี้ คือซาร์รี่จะตอบรับคุมทีมไหนในอิตาลีก็ได้ไม่เคยว่าแต่ขอเพียงไม่ใช่ทีมม้าลายเท่านั้น ดังนั้นหลายคนจึงเปลี่ยนความรู้สึกจากรักเป็นเกลียดอดีตกุนซือของทีมคนนี้ไปอย่างน่าเสียดาย

หากเมื่อชั่งน้ำหนักดูแล้ว ความต้องการของกองเชียร์อัซซูร่าในเรื่องนี้ก็ไม่ควรเป็นอุปสรรคต่อโอกาสที่จะได้ทำงานที่ใหญ่ขึ้นของซาร์รี่ เขาแค่เกิดที่นาโปลี (คนอิตาลีเรียกเมืองเนเปิ้ลส์ว่านาโปลี) แต่เขาไม่เคยเป็นนักฟุตบอลของนาโปลี ไม่ได้เป็นนักเตะลูกหม้อของสโมสร เพียงแต่จังหวะของชีวิตพัดพามาให้ได้ทำทีมนาโปลีเท่านั้น

องค์ประกอบต่างๆ ของยูเวนตุสย่อมพร้อมกว่าที่เขามีกับทีมดังแห่งซาน เปาโล แต่จะการันตีความสำเร็จไหมนั้นไม่รู้ อย่าลืมว่ายูเว่เป็นแชมป์มาจนเบื่อถึงตอนนี้ก็ 8 ปีซ้อนเข้าไปแล้ว มองเผินๆ เหมือนง่ายแต่ความจริงเป็นงานที่โหดหิน เพราะเขาจะต้องเผชิญกับความกดดันที่แฟนบอลม้าลายพร้อมจะนำผลงานของเขาไปเปรียบเทียบกับกุนซือคนเก่าอย่าง อันโตนิโอ คอนเต้ และ มัสซิมิลิอาโน่ อัลเลกรี ในทุกครั้งที่อะไรต่อมิอะไรไม่เป็นใจ

เป็นเพราะซาร์รี่

หากในอีกด้านเขาก็พร้อมจะนำซาร์รี่บอลไปใช้ในทีมที่มีขุมกำลังพร้อมกว่าที่เคยมีเช่นกัน ขณะที่ตัวนักเตะเองก็น่าจะตื่นเต้นไม่น้อยกับความท้าทายครั้งใหม่ที่โค้ชคนใหม่จะนำเข้ามาให้เรียนรู้ ได้มองไปยังกำแพงสูงของยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกโดยคาดหวังถึงการปีนข้ามมันไปให้ได้อีกครั้ง

มาต์ไตส์ เดอ ลิกท์ เป็นหนึ่งในนั้น เขายอมรับเลยว่า ซาร์รี่บอล คือหนึ่งในเหตุผลสำคัญของการตัดสินใจปักหลักที่ตูริน ไม่ใช่บาร์เซโลน่าหรือแมนเชสเตอร์

การมาเล่นในลีกที่ขึ้นชื่อลือชาเรื่องเกมรับอย่างกัลโช่ เซเรีย อานั้นเป็นแรงดึงดูดของปราการหลังชาวดัตช์แน่นอน การย้ายจากทีมพลังหนุ่มอย่างอาแจ๊กซ์ อัมสเตอร์ดัม มาอยู่ท่ามกลางบรรยากาศของนักเตะระดับแชมเปี้ยนและเต็มไปด้วยประสบการณ์ก็เป็นเรื่องจูงใจเช่นกัน หากการได้มาเป็นส่วนหนึ่งของ ซาร์รี่บอล นั้นก็เป็นเหตุผลลำดับต้นๆ ที่เดอ ลิกท์พูดถึงชัดเจนด้วย

นั่นแสดงให้เห็นว่าฟุตบอลที่ซาร์รี่สรรค์สร้างขึ้นนั้นเป็นที่รู้จักและยอมรับในวงกว้าง ขนาดหนังสือเอ็นไซโคลพีเดียเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ จดหมาย และศิลปะของอิตาลียังใช้คำว่า Sarrismo – ซาร์ริสโม่ เพื่ออธิบายสไตล์ฟุตบอลเกมบุกที่ตื่นตาตื่นใจของเขา

    ซาร์รี่บอล จึงจัดว่าพิสูจน์ตัวเองได้ในระดับสูงและเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว อย่างน้อยมันก็เป็นสไตล์ที่สื่อเอาชื่อเขาไปตั้งให้เลยซึ่งกวาดตามองไปในวงการเราไม่เห็นคำศัพท์ทำนองนี้กับยอดกุนซือคนอื่นๆ เช่น เป๊ปเวย์ คล็อปป์สไตล์ คอนเต้วิชั่น หรือมูรินโญ่ซิสเต็ม

เป็นเพราะซาร์รี่

ไม่น่าจะมีโค้ชคนไหนถูกนำชื่อไปตั้งเป็นสไตล์ฟุตบอลเหมือนที่ เมาริซิโอ ซาร์รี่ ได้รับ ตรงนี้ไม่ใช่การบ่งชี้ว่าเขาเก่งกว่าใครหรอกแต่ผมก็คิดว่ามันน่าภูมิใจแทนเขาอยู่เหมือนกัน

ก็นั่นล่ะครับ บางคนชอบ เมาริซิโอ ซาร์รี่ บางคนไม่ชอบ..

เดอ ลิกท์ ชอบฟุตบอลของเขา ยูเวนตุสก็ชอบฟุตบอลของเขา

เกมแรกของทีมเบียงโคเนรี่ในมือเขาอาจจบลงด้วยความปราชัยต่อสเปอร์สในศึกไอซีซี 2019 แต่มันก็แค่ก้าวแรกในจำนวนหลายๆ ก้าวเท่านั้น

ฤดูกาล 2019/20 ของยูเวนตุสยังคงน่าสนใจอยู่มากนะครับ อยากเห็นว่ายูเว่ในฟุตบอลของ เมาริซิโอ ซาร์รี่ นั้นจะเป็นอย่างไร

ขอบคุณข่าว : www.siamsport.co.th

สนใจสมัคร ติดต่อ http://gambleonlineforrealmoneyusa.com