เจอร์เก้น คล็อปป์ กับการเปลี่ยนแปลงระบบเยาวชนในทีมลิเวอร์พูล

ส่วนหนึ่งของหนังสือ Allez Allez Allez: The Inside Story of the Resurgence of Liverpool FC, Champions of Europe 2019 เขียนโดย Simon Hughes ที่เว็บไซต์ ThisisAnfield นำมาเผยแพร่ในชื่อหัวข้อ How Jurgen Klopp is changing Liverpool’s academy approach – on and

ภาพลักษณ์ของศูนย์ฝึกเยาวชน ที่เคิร์คบี้ เปลี่ยนไปนับตั้งแต่เจอร์เก้น คล็อปป์ เข้ามาวันแรกด้วยการไปดูเกมรุ่นอายุไม่เกิน 18 ปี ในฐานะผู้จัดการทีมลิเวอร์พูล พร้อมกับนั่งจิบกาแฟดำจากเครื่องชงที่เขาบอกว่าให้รีบเปลี่ยนเครื่องโดยด่วน

เจอร์เก้น คล็อปป์ กับการเปลี่ยนแปลงระบบเยาวชนในทีมลิเวอร์พูล

3 ปีครึ่งให้หลัง ลิเวอร์พูล มี นิว เมน สแตนด์ ที่โดดเด่นเป็นสง่า มองเห็นได้ชัดจากระยะไกล มันเป็นหนึ่งในส่วนประกอบของ แอนฟิลด์ สนามที่เหล่านักเตะเยาวชนมีโอกาสไปโชว์ฝีเท้าที่นั่น หากพวกเขาแสดงพรสวรรค์ของตัวเองออกมาได้

แต่มันไม่ได้มีแค่อัฒจันทร์ใหม่เพียงอย่างเดียว เด็กๆเหล่านั้นยังมีสนามซ้อมแห่งใหม่ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับสนามเหย้าที่อยู่ใกล้กับ ไซม่อนส์วู้ด เลน…

อะคาเดมี่แห่งนี้ สร้างเสร็จเมื่อปี 1999 และถึงแม้จะมีภาพของ ไมเคิล โอเว่น, เจมี่ คาร์ราเกอร์ และสตีเว่น เจอร์ราร์ด อยู่บนผนัง แต่ทั้งสามคนพัฒนามาจากศูนย์ฝึกแห่งเก่าที่ตั้งอยู่หลังอัฒจันทร์ฝั่ง แอนฟิลด์ โร้ด เอ็นด์

เจอร์เก้น คล็อปป์ กับการเปลี่ยนแปลงระบบเยาวชนในทีมลิเวอร์พูล

ศูนย์เก่าแห่งนั้นที่ เวอร์นอน แซงก์สเตอร์ ในตอนนี้กลายเป็นเพียงลานจอดรถ และถึงแม้การลงทุนเม็ดเงินกว่าสิบล้านปอนด์ไปยังที่ เคิร์คบี้ แต่กลับมีผู้เล่นจากศูนย์ฝึกแห่งใหม่ที่ลงสนามมากที่สุดเพียง 40 นัดเท่านั้นตลอดระยะ 5 ปี ระหว่างปี 2011 – 2016 คือ จอห์น ฟลาเนแกน

คล็อปป์ มองว่าที่ตั้งของสนามซ้อมมันเป็นอุปสรรคต่อประสบการณ์และการพัฒนาของนักเตะเยาวชน

การเรียกนักเตะเยาวชนมาซ้อมกับทีมชุดใหญ่แบบฉุกละหุกมันไม่ใช่ทางเลือกที่ดีเท่าไหร่ เพราะเขาต้องทนรออย่างน้อยครึ่งชั่วโมงเพื่อให้นักเตะเหล่านั้นเดินทางข้ามเมืองมาสมทบกับทีมชุดใหญ่

อันที่จริง คล็อปป์ จะเริ่มซ้อมโดยที่ไม่ต้องรอนักเตะเยาวชน หรือให้นักเตะเยาวชนเข้าซ้อมหลังคนอื่นๆ ก็ได้ แต่ถ้าทำอย่างนั้นมันก็จะทำให้การดึงแข้งเยาวชนมาซ้อมเป็นเรื่องเปล่าประโยชน์ เพราะเขาจะไม่มีเวลาสอนนักเตะมากพอ นอกจากนี้ การที่นักเตะเยาวชนคนนั้นๆ ไม่ได้ลงซ้อมมันก็อาจส่งผลกระทบต่อตารางของอะคาเดมี่ตลอดทั้งวันนั้นเลย

เมื่อครั้งที่คล็อปป์ เข้าไปหาไมค์ กอร์ดอน และได้พูดคุยกับ เฟนเวย์ ถึงความเป็นไปได้ในการย้ายศูนย์ฝึกไปยังที่แห่งใหม่ แต่กลุ่มเจ้าของทีมบอกว่าพวกเขาไม่ได้มีเงินถึง 50 ล้านปอนด์ พอที่จะทำตามคำขอของคล็อปป์ได้

อย่างไรก็ตาม คล็อปป์ ก็ยังทำหน้าที่ของตัวเองต่อไปและทำผลงานได้ดีเยี่ยม ถึงแม้จะแพ้นัดชิงฯบอลถ้วย(ลีก คัพ) แต่อย่างน้อยเขาก็พาทีมกลับไปมีลุ้นแชมป์อีกครั้ง รวมถึงใกล้เคียงที่จะกลับไปเล่นแชมเปี้ยนส์ ลีก

เจอร์เก้น คล็อปป์ กับการเปลี่ยนแปลงระบบเยาวชนในทีมลิเวอร์พูล

ทั้งที่เขาเพิ่งมาคุมทีมได้ไม่นาน แต่สัญญาฉบับใหม่ระหว่างคล็อปป์กับลิเวอร์พูล เกิดขึ้นไวมาก สัญญานั้นทำกันในช่วงซัมเมอร์ ปี 2016 ซึ่งจะทำให้เขา อยู่กับทีมไปอย่างน้อยก็ปี 2022 และจากนั้น เฟนเวย์ ก็ได้ปรับโครงสร้างทางการเงินของทีมใหม่เพื่อยืนยันว่าคล็อปป์ จะได้ในสิ่งที่เขาต้องการ

ในวันครบรอบอายุ 17 ปี เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ตื่นเช้ามาแล้วพบว่า เจอร์เก้น คล็อปป์ ได้ถูกแต่งตั้งเป็นผู้จัดการทีมคนใหม่ และอีก 12 เดือนต่อมา เทรนท์ก็ได้ลงสนามเกมแรกกับลิเวอร์พูล นัดเอาชนะท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ ในศึกลีก คัพ

เจอร์เก้น คล็อปป์ กับการเปลี่ยนแปลงระบบเยาวชนในทีมลิเวอร์พูล

 “ผมชอบมากนะที่เห็นนักเตะคนนี้” คล็อปป์ กล่าวถึงเทรนท์ในตอนนั้น ที่ในซีซั่นต่อมา เด็กคนนั้นสถาปนาตัวเองเป็นตัวเลือกแรกของคล็อปป์ในตำแหน่งแบ็กขวา

ลิเวอร์พูลเริ่มต้นในซีซั่นที่เข้ารอบชิงชนะเลิศ แชมเปี้ยนส์ ลีก ด้วยลูกยิงสุดสวยของเด็กหนุ่มวัย 18 ปี ในเกมรอบคัดเลือกกับฮอฟเฟ่นไฮม์ มันเป็นลูกฟรีคิกที่ทำให้ลิเวอร์พูล ได้เปรียบที่แผ่นดินเยอรมัน

อเล็กซ์ อิงเกิลธอร์ป ผู้จัดการทีมอะคาเดมี่ของลิเวอร์พูล ที่ได้เลื่อนตำแหน่งจากโค้ชรุ่นอายุไม่เกิน 21 ปี เมื่อปี 2014 เฝ้ามองการพัฒนาของเด็กปั้นสโมสรที่ได้ลงเล่นเกมกับฮอฟเฟ่นไฮม์

อิงเกิลธอร์ป ยกย่องคล็อปป์ ว่าเป็น “ผู้จัดการทีมเยาวชนที่ดีที่สุดในโลก” 

เจอร์เก้น คล็อปป์ กับการเปลี่ยนแปลงระบบเยาวชนในทีมลิเวอร์พูล

เขาเชิดชูว่า คล็อปป์ เป็นคนที่มีวิธีการจัดการกับผู้เล่นเยาวชน โดยมอบความเชื่อมั่นและแนวทางที่หลากหลาย

  “เจอร์เก้น รู้ดีว่ามันอาจจะเกิดความผิดพลาดขึ้นได้ แต่ท้ายที่สุดแล้วเขาก็อาจจะได้นักเตะชั้นยอดมาอยู่ในทีมอยู่ดี”

ยิ่งไปกว่านั้น คล็อปป์ก็รู้ดีว่าถ้าหากตัวเองมีนักเตะท้องถิ่นอยู่ในทีมแล้วล่ะก็ เขาก็จะได้คนที่เริ่มเล่นกับทีมก่อนนักเตะที่ซื้อเข้ามา และได้คนที่พร้อมอยู่กับทีมนานกว่านักเตะที่ซื้อเข้ามา

นักเตะเหล่านั้นอาจจะไม่ได้วิ่งเร็วเท่า ซาลาห์ หรือ ฟีร์มีโน่ แต่พวกเขาจะยอมวิ่งในหนทางที่ไกลกว่า เพราะพวกเขาเริ่มต้นเส้นทางการเป็นนักเตะ ลิเวอร์พูล มาก่อนคนที่ทีมซื้อเข้ามา และนักเตะท้องถิ่นเหล่านั้นก็จะอยู่เล่นให้ทีมนานกว่าคนที่ทีมซื้อมาด้วย เพราะพวกเขาพร้อมจะทุ่มเทให้ทีมอย่างเต็มที่

ในแวดวงฟุตบอลระดับเยาวชน หลายคนยกให้อะคาเดมี่ของ บาร์เซโลน่า เป็นศูนย์ฝึกวิชาลูกหนังที่เจ๋งที่สุดมานานแล้ว

เจอร์เก้น คล็อปป์ กับการเปลี่ยนแปลงระบบเยาวชนในทีมลิเวอร์พูล

บาร์เซโลน่า คือสโมสรที่มีเอกลักษณ์ในด้านการปลูกฝังสไตล์การเล่นที่ต้องการมาตั้งแต่ระดับเยาวชน แทนที่จะไปกำหนดเรื่องนั้นในทีมชุดใหญ่

อิงเกิลธอร์ป มองว่ามันไม่มีทางที่จะใช้โมเดลนี้ในอังกฤษได้ เพราะกรณีของ บาร์เซโลน่า มันไม่ใช่ว่าพวกเขาสามารถเลือกนักเตะดาวรุ่งได้เฉพาะคนที่เป็นชาวกาตาลุนย่า แต่พวกเขาสามารถเซ็นสัญญากับแข้งดาวโรจน์ฝีเท้าดีได้ทั่วทั้งประเทศ

เจอร์เก้น คล็อปป์ กับการเปลี่ยนแปลงระบบเยาวชนในทีมลิเวอร์พูล

ขณะที่กฎหมายด้านสัญญามันก็ทำให้บรรดาสโมสรเล็กๆ มีโอกาสเสียเพชรเม็ดงามให้ทีมใหญ่อย่าง บาร์เซโลน่า ได้อย่างง่ายดายในทุกๆ รอบ 1 ปี

อิงเกิลธอร์ป มองว่านี่เป็น “ความได้เปรียบที่น่าเหลือเชื่อ” และเขาก็คิดว่าระบบการเล่นในทีมชุดใหญ่ของ บาร์เซโลน่า มันเป็นเหมือนสิ่งศักดิ์สิทธิ์จนไม่มีผู้จัดการทีมคนไหนกล้าเปลี่ยนแนวทางการเล่นอยู่แล้ว นั่นหมายความว่า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ทีมเยาวชนของ บาร์เซโลน่า ก็จะเล่นในสไตล์เดียวกับทีมชุดใหญ่แน่นอน

ในความเป็นตัวตนของลิเวอร์พูล ตามหน้าประวัติศาสตร์เรื่องระบบแท็กติคนั้นมีน้อยมาก แต่ในทางกลับกัน ลิเวอร์พูล จะมีเรื่องของจิตใจเสียมากกว่า

เจอร์เก้น คล็อปป์ กับการเปลี่ยนแปลงระบบเยาวชนในทีมลิเวอร์พูล

การปลูกฝังความเชื่อในชัยชนะควบคู่ไปกับความนอบน้อม การใส่ใจในสโมสรและเมืองลิเวอร์พูล ทั้งหมดคือสิ่งที่ บิลล์ แชงค์ลี่ย์ ได้ปลูกฝังไว้

แชงค์ลี่ย์ ส่งต่อตัวตนเหล่านั้นไปยังรุ่นสู่รุ่น ทั้งสตาฟฟ์, นักเตะ และ กองเชียร์ สิ่งเหล่านี้แพร่กระจายไปทั่วเมืองลิเวอร์พูล อุดมคติของแชงค์ลี่ย์อยู่มาจนถึง สตีฟ ไฮเวย์ บุคคลซึ่งดูแลระบบเยาวชนลิเวอร์พูลมาเกือบ 20 ปี

ไฮเวย์ ส่งต่อสิ่งเหล่านั้นไปยัง เจอร์ราร์ด, คาร์ราเกอร์ และ โอเว่น จนได้ขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ เช่นเดียวกับ ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ และ สตีฟ แม็คมานามาน สองรุ่นพี่ของพวกเขาทั้งสาม

เจอร์เก้น คล็อปป์ กับการเปลี่ยนแปลงระบบเยาวชนในทีมลิเวอร์พูล

ปี 2015 ตอนที่เจอร์ราร์ด ออกจากลิเวอร์พูล ไปอยู่กับ ลอสแองเจลิส แกแล็กซี่ เหมือนมีความรู้สึกว่ามีบางสิ่งบางอย่างขาดหายไปเพราะเขาคือกัปตันคนสุดท้ายที่ได้แบกความเป็นตัวตนของแชงค์ลี่ย์ไว้

อย่างไรก็ตาม เมื่อเวลาผ่านไปเกือบๆ 18 เดือน อิงเกิ้ลธอร์ป ได้สร้างพื้นที่เล็กๆสำหรับการกลับมาของไฮเวย์ ด้วยการให้เขาทำหน้าที่ให้คำปรึกษาแก่เด็ก รุ่นอายุต่ำกว่า 13 และ รุ่นอายุต่ำกว่า 14 ปี ขณะที่ เจอร์ราร์ด ก็กลายเป็นโค้ชทีมชุดรุ่นอายุต่ำกว่า 18 ปี

อิงเกิลธอร์ป ทราบดีว่านักเตะแบบไหนที่ คล็อปป์ต้องการในตอนนี้ และนี่ก็เกี่ยวข้องกับประเพณีที่สำคัญที่สุดของสโมสร ซึ่งมันก็ถูกส่งต่อไปยังฐานแฟนบอลด้วย

   “ถ้ามีผู้เล่นที่เข้ามาในทีมตอนนี้แล้วล่ะก็ ผมคิดว่าแฟนๆคงอยากเห็นผู้เล่นคนนั้นๆที่เป็นคนไม่ยอมแพ้และไม่ย่อท้อต่อความยากลำบาก”

“เจอร์เก้น ได้ปลูกฝั่งสิ่งเหล่านั้นไว้ในรากเหง้าของทีม เพราะเขาก็อยากให้ผู้เล่นอายุน้อยๆได้มีความเป็นตัวตนบนผืนหญ้า”

“เจอร์เก้น เห็นดีเห็นงามด้วยกับเรื่องนี้อย่างเต็มที่ เพราะเขาก็อยากได้นักเตะดาวรุ่งที่มีความเป็นตัวตนยามอยู่บนผืนหญ้า อย่างเช่นนักเตะจะมีความฮึกเหิมแต่ถ่อมตัวด้วยรึเปล่า? นักเตะคนนั้นจะปรับตัวและเข้าใจถึงสิ่งที่เขาต้องการได้อย่างรวดเร็วหรือไม่?

เขาอยากให้นักเตะคนนั้นลงเล่นและทำงานหนักอย่างเต็มที่ดังนั้นคำถามก็คือตัวผู้เล่นแข็งแรงหรือเปล่า? นักเตะคนนั้นๆ ยังต้องมีอิทธิพลต่อเกมทั้งตอนที่ได้ครองบอลและตอนที่ไม่ได้ครองบอลด้วย และที่สำคัญที่สุดคือพวกเขาเหล่านั้นต้องเก่งกว่าพวกนักเตะที่ คล็อปป์ มีอยู่ในทีมชุดใหญ่อยู่แล้ว พวกเขาเหล่านั้นจะพร้อมช่วยทีมรึเปล่า?”

  “ผมไม่เคยเห็นถุงเงินมันทำประตูได้สักหน่อย” ประโยคคลาสสิคของโยฮัน ครัฟฟ์ ที่เคยว่าไว้

จริงอยู่เงินมันสามารถบันดาลแชมป์ได้ แต่ในระยะยาวการลงทุนในระบบเยาวชน คือเรื่องที่ยั่งยืนที่สุดของสโมสรฟุตบอล

ความสำเร็จมันไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนเม็ดเงินที่หว่านลงไป มันขึ้นอยู่กับคุณเอาใจใส่ในเรื่องเยาวชนรึเปล่า

ขอบคุณข่าว : www.siamsport.co.th

สนใจสมัคร ติดต่อ http://gambleonlineforrealmoneyusa.com