ควันหลงบิ๊กแมตช์ “สิงห์เจ้าท่า” vs “ปราสาทสายฟ้า” กับหนึ่งคะแนนที่สำคัญของ การท่าเรือ และโอกาสลุ้นแชมป์ของ บุรีรัมย์

ควันหลงบิ๊กแมตช์  “สิงห์เจ้าท่า” vs “ปราสาทสายฟ้า” กับหนึ่งคะแนนที่สำคัญของ การท่าเรือ และโอกาสลุ้นแชมป์ของ บุรีรัมย์

ควันหลงบิ๊กแมตช์

ควันหลงบิ๊กแมตช์

“สิงห์เจ้าท่า” vs “ปราสาทสายฟ้า”

กับหนึ่งคะแนนที่สำคัญของ การท่าเรือ และโอกาสลุ้นแชมป์ของ บุรีรัมย์

ถือเป็นอีกหนึ่งบิ๊กแมตช์ที่โคจรมาพบกันเร็วกว่าที่คิด เพราะนี่เพิ่งจะเป็นเกมในศึกโยโยต้า ไทยลีก นัดที่สี่เท่านั้น กับการพบกันของสองทีมเต็งแชมป์อย่าง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และการท่าเรือ เอฟซี

อย่างที่รู้กันว่า ความผิดหวังในฤดูกาลที่ผ่านมาได้สร้างแรงกระเพื่อมครั้งใหญ่ให้กับยอดทีมจากแดนอีสานใต้ กับการตัดสินใจปรับเซ็ตแข้งต่างชาติ และเอเชีย โดยดึง เบร์นาร์โด้ กูเอสต้า, ริคาร์โด้ บูเอโน่ และจอง แจ ยอง ยอดมิดฟิลด์จาก โปฮัง สตีลเลอร์

แต่ทว่าสี่เกมที่ผ่านมา ผลงานที่ออกมาของทัพ “ปราสาทสายฟ้า” ยังไม่โดนตามากนัก หลังเก็บได้เพียง 4 คะแนนจากสี่นัด แถมยังโดนเจาะตาข่ายมากไปถึง 6 ประตู

แต่นั่นยังคงไม่สำคัญเท่าไปกับเกม “บิ๊กแมตช์” นัดล่าสุด ที่พวกเขาแบ่งแต้มกับ การท่าเรือ ไปด้วยสกอร์ 1-1

หลายคนอาจจะมองว่า หนึ่งแต้มที่ได้มานั้นไม่ใช่เรื่องเสียหาย เพราะนี่คือการเจอกับ การท่าเรือ ที่เป็นทีมตัวเต็ง เป็นคู่ปรับการแย่งแชมป์โดยตรง แต่ถ้ามองในอีกมุมหนึ่ง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด มีแต้มตามหลัง “สิงห์เจ้าท่า” มากถึง หกคะแนน

นี่คือสถานการณ์ที่ต้องเรียนตามตรงว่า ไม่เป็นผลดีต่อ บุรีรัมย์ เลยแม้แต่น้อย เพราะทีมในโซนหัวตารางไม่ได้มีแค่ การท่าเรือ เท่านั้น หากแต่ยังมีทั้ง ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด (12 คะแนน), ราชบุรี มิตรผล เอฟซี (12 คะแนน) และบีจี ปทุม ยูไนเต็ด (10 คะแนน)

แถมโปรแกรมนัดต่อไปของพวกเขานั้นยังต้องบุกไปเยือน บีจีพียู ซึ่งถือเป็นการตัดแต้มกันโดยตรงอีกต่างหาก

หากเกมนัดต่อไป โบซิดาร์ บันโดวิช สามารถนำทัพ “ปราสาทสายฟ้า” เรียกฟอร์มเก่งที่ ลีโอ สเตเดี้ยม ได้ทัน นั่นอาจจะกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ บุรีรัมย์ ผงาดขึ้นมาอย่างเต็มตัวอีกครั้ง แต่หากพวกเขาเก็บได้แค่คะแนนเดียว หรือไม่มีคะแนนออกมา เห็นทีคงต้องบอกว่า โอกาสที่พวกเขาจะกลับมาแย่งโทรฟี่แชมป์ก็คงเพิ่มความยากลำบากขึ้นอีกเท่าตัว

ขณะที่ การท่าเรือ เอฟซี ที่ปีนี้เสริมทัพแบบจัดเต็มทุกอัตราศึก แน่นอนว่าเป้าหมายเดียวคงพวกเขาคงหนีไม่พ้นคำว่า “แชมป์” และผลงานสี่เกมแรกในลีกฤดูกาลนี้ก็ถือว่า “ทำได้ตามเป้าหมาย” เพราะนอกจากพวกเขาจะรักษาสถิติไร้พ่ายได้แล้ว การเก็บได้ถึง 10 จาก 12 แต้ม แถมยังสามารถบุกมาแบ่งแต้ม บุรีรัมย์ ในเกมนัดล่าสุดได้ ทำให้ “สิงห์เจ้าท่า” ยังคงพาตัวเองอยู่ในเส้นทางของการลุ้นโทรฟี่ได้อย่างไร้รอยต่อ

เพราะอย่างที่รู้กันดีว่า ฤดูกาลที่ผ่านมา “สิงห์เจ้าท่า” ไม่สามารถเก็บแต้มจาก บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ได้เลยแม้แต่แต้มเดียว เท่ากับว่า หกคะแนนที่หายไป คือเหตุผลหลักที่ทำให้พวกเขาพลาดแชมป์ลีกในบั้นปลาย (หากชนะ บุรีรัมย์ ได้ทั้งสองนัด การท่าเรือ จะจบที่ 59 คะแนน มากกว่าแชมป์อย่าง สิงห์ เชียงรายฯ อยู่ 1 แต้ม)

ที่สำคัญ ซีซั่น 2019 การท่าเรือ โดน บุรีรัมย์ เจาะตาข่ายไปถึง 6 ประตูในลีก แต่ในเกมนัดล่าสุด พวกเขาเสียไปเพียงแค่ลูกเดียว และเก็บแต้มจากถิ่นช้าง อารีน่า ได้ นี่คือความแตกต่างของขุมกำลังที่ดู “ลงตัว” มากยิ่งขึ้น

หนึ่งคะแนนที่ การท่าเรือ ได้ในเกมนี้ จึงมีความสำคัญต่อพวกเขาจริงๆ

ความคงเส้นคงวาเท่านั้นที่จะเป็นเครื่องพิสูจน์ว่า การท่าเรือ จะสามารถพิชิตเป้าหมายได้หรือไม่ เช่นเดียวกับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่ต้องการจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญเพื่อเร่งเครื่องพาตัวเองกลับมาอยู่ในโซนหัวตารางให้ได้ นี่คือความน่าสนใจของศึกโตโยต้า ไทยลีก 2020 ที่แม้ว่าจะผ่านมาแค่สี่นัด แต่ความดุเดือดในการขับเคี่ยวทุกๆ อันดับนั้นทวีความมันส์มากขึ้นเรื่อยๆ

และตั้งแต่สัปดาห์นี้เป็นต้นไป การแข่งขันฟุตบอลอาชีพทุกระดับในบ้านเรา จะเป็นลงทำการแข่งขันแบบปิดไม่มีแฟนบอล โดยมีแต่ผู้ที่เกี่ยวข้องอยู่บริเวณสนามเท่านั้น ยังไงขอเป็นกำลังใจให้ทุกฝ่ายผ่านพ้นจากสถานการณ์นี้ไปได้ด้วยดีนะครับ

ขอบคุณข้อมูลขาก : https://stadiumth.com

ติดตามข้อมูลข่าวสารจาก : https://gambleonlineforrealmoneyusa.com